แหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย…ชีวิตคือการเดินทาง เปิดโลกกว้างไปกับเรา Ready2Trip.com

เวปท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย

   ส.ค. 25

เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

กาะเสม็ด เป็นเกาะในตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของระยอง ที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและต่างประเทศ อยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพประมาณ 6.5 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 3,125 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม เชื่อกันว่าคือเกาะแก้วพิสดาร ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ อาจเป็นเพราะที่เกาะเสม็ดนี้มีหาดทรายขาวละเอียดอยู่ทั่วไป เหตุที่ชื่อว่าเกาะเสม็ดก็เพราะ มีต้นเสม็ดขาว และเสม็ดแดงขึ้นอยู่มาก ชาวบ้านนำมาใช้เป็นไต้เพื่อจุดไฟ

สภาพเกาะมีสันเขาเป็นแกนยาวจากตัวเกาะด้านเหนือมาทางใต้ ฝั่งตะวันตกของเกาะ เป็นหน้าผาสูงชันและลาดชันลงสู่ฝั่งตะวันออกที่มีชาดหาดเว้าแหว่ง ส่วนฐานของเกาะอยู่ด้านทิศเหนือ ซึ่งหันเข้าสู่ฝั่งบ้านเพ มีภูเขาสลับซับซ้อนกันอยู่ 2-3 ลูก มีที่ราบอยู่ตามริมฝั่งชายหาด ส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านเหนือ และตะวันออกของเกาะในบริเวณปลายแหลมด้านใต้มี เกาะเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ 3 เกาะ คือ เกาะจันทร์ เกาะสันฉลาม และเกาะหินขาว ซึ่งเป็นหินล้วนไม่มีต้นไม้ เป็นที่ อาศัยและวางไข่ของนกนางนวล

บนเกาะเสม็ดไม่มีแม่น้ำลำ คลอง เป็นภูเขาและป่าไม้เบญจพรรณ ประมาณ 80% ของพื้นที่ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน ช่วงเดือนพฤษภาคมมีมรสุมและคลื่นลมจัดมาก เดือนสิงหาคมมีฝนตกชุกส่วนใหญ่เป็นชาวเกาะที่อาศัยอยู่แต่ดั่งเดิม ใช้ชีวิตอยู่กับทะเลลักษณะแบ่งปันกันรู้จักกันแบบทุกบ้าน

สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด มีดังนี้

- อ่าวกลาง อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ มองเห็นจากฝั่งบ้านแพ มีหาดทรายขาวยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของชุมชน หมู่บ้านเกาะเสม็ด และเป็นที่จอดเรือท่องเที่ยว

- หาดทรายแก้ว อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะห่างจากหมู่บ้านเกาะเสม็ดประมาณ 800 เมตร เป็นหาดทรายที่สวย ที่สุดของเกาะ เป็นหาดทรายละเอียดขาว สะอาด ยาวประมาณ 780 เมตร

- อ่าววงเดือน อยู่ทางด้านตะวันออกทางตอนกลางของเกาะ เป็นอ่าวโค้งคล้ายพระจันทร์ครึ่งดวง หาดทรายขาวสะอาดยาวประมาณ 500 เมตร หาดอ่าวพร้าว เป็นหาดเดียวที่อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมีความยาวประมาณ 200 เมตร นอกจากนี้ยังมีอ่าวและหาดที่สวยงาม อีกมาก ได้แก่ หาดหินโคร่ง หาดอ่าวพร้าว อ่าวไผ่ อ่าวทับทิม อ่าวนวล อ่าวคอก อ่าวช่อ อ่าวเทียน อ่าวหวาย อ่าวกิ่วนอก และอ่าวกะรัง

การเดินทางไปเกาะเสม็ด

รถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท หรือเส้นบางนา-ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 วิ่งบนมอเตอร์เวย์ เข้าระยอง ถึงระยองเลี้ยวซ้ายวิ่งไปบ้านเพอีกประมาณ 20 นาที

รถโดยสาร เดินทางสะดวกขึ้นเยอะครับ ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเอกมัย  มีรถปรับอากาศเชิดชัยทัวร์ (02)3912804ซื้อตั๋วกรุงเทพฯ-บ้านเพ ราคาประมาณ 124 บาท ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงครึ่ง มีรถออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 05.00-20.30 น. หรือจะใช้บริการของรัตนมงคลทัวร์ ( 04-0726519 บ้านเพ) กรุงเทพฯ 09-2228914 รถด่วนโทลล์เวย์ ป.2 กรุงเทพ (เอกมัย) – เพ( เกาะเสม็ด)
วิ่ง เพียง 3 ชั่วโมง แต่รถมีให้บริการน้อย เพียง 2 รอบ กรุงเทพฯ 7.00, 9.00 รอบบ้านเพ 13.30, 14.30, 15.30 รถเข้าท่าเรือเลย ค่าโดยสารประมาณ 100 บาท

รถตู้ ติดต่อ สนง ไทยทัวร์ ให้บริการ เช่ารถตู้(เหมาคัน) จากสถานที่ต่างๆไปส่งที่ท่าเรือบ้านเพ(เป็นรถตู้ไม่ประจำทาง) ราคา 4,100 บาท (ราคาสามมารถเปลียนแปลงได้ตามสถาณการณ์ ราคาน้ำมัน กรุราติดต่อเพื่อสอบถามค่าใช้จ่าย โทร.085-9610267)
(ไม่รับเป็นรายคน รับเหมาต่อคัน 12 ที่นั่ง เท่านั้น)

การเดินทางจากบ้านแพไปเกาะเสม็ด

จากท่าเรือบ้านเพ มีเรือโดยสารบริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง (รอผู้โดยสารอย่างน้อยประมาณ 20 คนจึงออกเรือ) ค่าโดยสารระหว่างบ้านเพ-หาดทรายแก้ว (ท่าเรือหน้าด่าน)ไป-กลับ 100 บาทเรือเมล์ 8.00 -  16.00 น.ใช้ เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที และเรือ speed boat ราคาประมาณ 1,500 – 2,600 บาทต่อเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมงขึ่นอยู่กับจำนวนคนและขนาดของเรือ (รายละเอียดด้านล่าง) จากบ้านเพไปหาดต่างๆ ถ้าท่านพลาดเรือที่ไปยังอ่าวๆต่างๆที่ออกเป็นเวลา ท่านสามารถนั่งเรือมาลงท่าเรือหน้าด่าน ค่าโดยสารประมาณ 50 บาทต่อคนใช้เวลาประมาณ 40 นาที ที่นี่มีบริการรถสองแถวและมอเตอร์ไซต์ ไปยังหาดต่างๆ ราคาขึ้นอยู่ระยะทางไปหาดนั้นๆ  จากบ้านเพ-อ่าววงเดือน และมีเรือออกเวลา 9.30 , 13.30 , 15.30 น. (ท่าเรือสะพานใหม่)ไป-กลับ 120 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ท่าเรือนวลทิพย์ โทร. 0 3865 1508, 0 3865 1956

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ส.ค. 24

เกาะล้าน พัทยา

เกาะล้าน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯเดินทางเพียง 2 ชม. ก็ถึงที่หมาย เกาะล้านอยู่ห่างจากชายฝั่งพัทยา 7 ก.ม. นั่งเรือโดยสาร 45 นาที หากเดินทางโดยเรือเร็วจะใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น มีพื้นที่ประมาณ 4 ตารางกิโลเมตร มีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง และกิจกรรมหลากหลายไว้บริการแด่นักท่องเที่ยว บริเวณเกาะล้าน และเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เช่น เกาะครก และเกาะสาก เป็นแหล่ง ตกปลาดำน้ำดูปะการัง ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น และเป็นสถานที่ฝึกดำน้ำ

เกาะล้านประกอบไปด้วยหาดที่สวยงามดังนี้

1.หาดตาแหวน
อยู่ทางตอนเหนือของเกาะล้าน เป็นหาดทรายยาวประมาณ 750 เมตร มีความงามทางธรรมชาติมาก เพราะมีหาด ทราย ที่ขาวสะอาดและน้ำทะเลใสสีคราม ทั้งนี้ ปลายหาดทั้งสองด้านยังมีแนวปะการังในระดับน้ำตื้น ที่มีสีสันสวย งาม นอกจากนี้ ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกตั้งเรียงรายตลอดแนวชายหาด

2. หาดสังวาลย์
ติดกับ “หาดตาแหวน” มีความยาว 150 เมตร มีความสงบ จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ที่ชอบนอน อาบแดด อย่างไรก็ตาม หาดสังวาลย์ จะสวยงามมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม – เมษายน

3. หาดทองหลาง
เป็นชายหาดขนาดเล็กที่เงียบสงบ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว บริเวณปลายหาดเชื่อมต่อกับหาดตาแหวน ทั้ง 2 ด้านนี้ยังมีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงาม และมีบริการเดินชมปะการังใต้น้ำแบบ Sea Walker ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาใช้บริการ ส่วนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ ปะการัง แต่ไม่ชอบการดำน้ำ ที่หาดนี้ยังมีบริการเรือท้องกระจก ให้สามารถลงไปชมปะการังได้อย่างใกล้ชิด

4.หาดแสม
อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ เป็นหาดทรายยาวประมาณ 700 เมตร มีโขดหินและพื้นป่าที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีความสวยงาม เงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและการเล่นน้ำ ปัจจุบันมีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรวม ทั้งปลูกต้นไม้ สร้างลานอเนกประสงค์ อาคารร้านค้าร้านขายอาหารที่ได้มาตรฐาน รวมถึงเส้นทางสัญจรที่สามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวก จึงเป็นชายหาดอีกแห่งหนึ่งที่มี นักท่องเที่ยว เข้ามาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติแถบยุโรป อีกทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งของอาคารปลากระเบน สำหรับควบคุมการผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลม และโซล่าเซลล์ ทำให้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และ ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงาน การใช้พลังงานทดแทนในสถานที่ดังกล่าวอยู่เป็นประจำ

5.หาดเทียน
เป็นหาดที่สวยงามแห่งที่สองมีความยาวของหาดประมาณ 500 เมตร อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ หาดทรายแห่งนี้ มีความสวยงามไม่แพ้หาดตาแหวนแต่มีขนาดเล็กและเงียบสงบจึงเหมาะ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความ เป็นส่วนตัว

6.หาดนวล
อยู่ทางตอนใต้ของเกาะล้าน เป็นหาดขนาดเล็กยาวประมาณ 250 เมตร เป็นพื้นที่ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นของเอกชน สภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดเป็นปะการังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่นี่ มากนัก

7.จุดชมวิวเขานม
เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของเกาะล้าน ตั้งอยู่บริเวณเขานมใกล้กับหาดแสม นักท่องเที่ยวสามารถเดิน หรือใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ขึ้นไปชมความสวยงามของท้องทะเลสีครามกับตัวเมืองพัทยาที่สวยงาม และบริเวณนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับนักปั่นจักรยานเสือภูเขาที่ชื่นชอบธรรมชาติอีกด้วย

การเดินทางไปเกาะล้าน

1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
จากเมืองพัทยาให้วิ่งรถตามถนนสุขุมวิทผ่านพัทยาเหนือ-พัทยากลาง-พัทยาใต้ มาเรื่อยจนมาเจอแยกเข้า “พัทยาใต้” ก็เลี้ยวตามป้ายเข้ามา แยกนี้จะสังเกตไม่ยาก เพราะจะมีป้ายบิ๊กซีให้เลี้ยวเข้าถนนพัทยาใต้ แล้ววิ่งตรงมาตามทางจนมาเจอกับแยกไฟแดงแรก ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งตรงมาพอเห็นสะพานทางยกระดับ ให้วิ่งขึ้นสะพานมาเลย ลงสะพานมาอีกนิดก็จะมาเจอท่าเรือให้เลี้ยวขวา แล้วหาที่จอดรถได้เลย
ที่จอดรถมี 2 จุด คือ
– ที่ท่าเรือมีลานจอดรถอยู่ จอดฟรี แต่ก็จอดรถกันได้ไม่เยอะนัก แถมยังออกแบบสำหรับเป็นที่จอดรถบัส
- ฝั่งตรงข้ามกับท่าเรือมีที่รับฝากรถอยู่  ให้มองหาตึกสีฟ้า แล้ววิ่งรถเข้ามาที่ข้างตึกได้เลยคิดค่าบริการวันละ 40 บาท ถ้าจอดค้างคืนไว้ก็ 80 บาท
2. โดยรถโดยสารประจำทาง
จากกรุงเทพ ขึ้นรถบัสได้ที่สถานีขนส่งเอกมัย บ.รถรุ่งเรือง เป็นช่องขายตั๋วหมายเลข 48 หากขึ้นจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ให้ใช้ทางเข้าที่ชั้นล่างตรงประตูที่ 3 เมื่อเดินทางมาถึงจะมีรถสองแถว จอดเข้าคิวรอให้บริการอยู่ บอกเขาว่าไปท่าเรือบาลีฮาย หรือบอกไปท่าเกาะล้านก็ได้ ค่ารถโดยสารประมาณ 30 บาท ข้อมูลเรื่องรถ เพิ่มเติม โทรสอบถามจาก บ.รถรุ่งเรือง เอกมัย 0-2712-3928 หมอชิต 2 0-2936-3509 พัทยา
038 429 877
3. โดยรถตู้
ขึ้นที่หน้าโรงหนังเซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัย ฯ ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง รถจะมาส่งที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย ค่ารถตู้ คนละ 150 บาท มีรถออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 6.00 – 20.00 น. สอบถามโทร 086 374 5695 ,086 703 6779

จากท่าเรือแหลมบาลีฮายไปเกาะล้าน
ท่าเรือแหลมบาลีฮาย มี เรือเมล์ ให้บริการ ค่าเรือคนละ 20 บาท ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที

จากท่าเรือพัทยาไปเกาะล้าน
อีกทางเลือกสำหรับการข้ามไป เกาะล้าน คือ เรือเร็ว (สปีดโบ๊ท) ที่จอดรอให้บริการกันทั่วไปตาม หาดพัทยาใช้เวลาเพียงประมาณ 15 – 20 นาทีเท่านั้น แต่ก็ต้องแลกกับค่าโดยสารที่สูงกว่า ประมาณลำละ 1,500 – 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเรือ 1 หรือ 2 เครื่องยนต์ นั่งได้ประมาณ 12 – 15 คน

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ส.ค. 11

หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันและอยู่ติดชายแดนพม่า ห่างจากฝั่งทะเลด้านตะวันตกของไทยประมาณ 70 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี เกาะไข่ และเกาะกลาง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 88,282 ไร่ หรือ 141.25 ตารางกิโลเมตร นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 29 ของประเทศไทย

หมู่เกาะสุรินทร์ สามารถแบ่งฤดูกาลออกได้เป็น 2 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ปริมาณฝนเฉลี่ยในแต่ละปีจะมีค่ามากกว่า 3,000 มิลลิเมตร ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณ 83 เปอร์เซ็นต์ ในฤดูฝนเป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นอกจากจะทำให้ฝนตกหนักแล้ว ท้องทะเลยังมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ในช่วงนี้ไม่ ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว จึงกำหนดปิด-เปิดฤดูการท่องเที่ยวประจำปี ดังนี้
•  ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม ของทุกปี
•  เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 เมษายน ของทุกปี

พืชพรรณและสัตว์ป่า มีป่า สัตว์ป่า และสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล ดังนี้

ป่าดงดิบ เป็นป่าที่มีพื้นที่มากที่สุด มีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยพรรณไม้หลายชนิด เช่น คอแลน มะยง เท้าแสนปม กระเบากลัก ลำป้าง มะพลับ ลักเคยลักเกลือ ดำตะโก พลับเขา เลือดแรด หันช้าง สลอดป่า หงอกค่าง พระเจ้าห้าพระองค์ ยางยูง ยางปาย สะเดาปัก ตะพง มะเม่าดง มะส้าน อ้ายบ่าว มะกล่ำต้น แตงชั่ง มะเม่าสาย นกนอน ลิ้นควาย กระบาก ไทร กร่าง ไม้หอม แกงเลียงใหญ่ มะเม่าดง ตะขบควาย นวล มูกเขา และลังค้าว นอกจากนี้ยังมีพรรณไม้ชนิดอื่นๆ อีก คือ
•  ปาล์ม ได้แก่ เต่าร้างแดง ช้างไห้ หวาย
•  ไม้พุ่ม ได้แก่ แม่กลอน เต้ยชะครู จันทร์คันนา คัดเค้าทอง
•  ไม้เถาเลื้อย ได้แก่ เถาปลอง แสลงพันเถา ลิ้นกวาง ขมัน เถานางรอง กร่าง
•  ไม้พื้นล่าง ได้แก่ เข็มพระรามไม้ ผักยอดตอง คล้า ว่านสากเหล็ก กูดง้อง เตยหนู กูดปรง และร๊อก เป็นต้น

ป่าชายหาด ประกอบด้วย โพกริ่ง กระทิง ตีนเป็ดทะเล สนทะเล จิกเล ปอทะเล โกงกางหูช้าง คันทรง ขาเปี๋ย สำมะงา รักทะเล ปรงทะเล ลำเจียก หญ้าไหวทาม เป็นต้น

ป่าชายเลน ประกอบด้วย โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก โกงกางหัวสุม ตะบูน ลำแพนหิน ตีนเป็ดทะเล และพืชอิงอาศัยพวกกระแตไต่ไม้และกล้วยไม้บางชนิด

สัตว์ป่า จากสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์นี้ จึงเป็นแหล่งที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะนกซึ่งพบมากกว่า 80 ชนิด ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เช่น นกขุนทอง นกลุมพูขาว นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ นกชาปีไหนซึ่งเป็นนกที่หายาก และหากเดินไปตามชายทะเลจะพบนกยางทะเล นกนางนวล เหยี่ยวแดง บินเหนือท้องทะเลเพื่อล่าปลาเป็นอาหาร ภายในป่าจะพบลิงกังอยู่เป็นฝูงใหญ่ เกาะรอก กระจง ตะกวด งูหลาม ค้างคาวแม่ไก่ และค้างคาวหนูผี

สิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง แนวปะการังที่พบทั่วไปที่หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นแนวปะการังริมฝั่ง หรือที่เรียกกันว่า fringing reef ปะการังที่พบได้มากได้แก่ ปะการังดอกกะหล่ำ ปะการังเขากวาง ปะการังโขดหรือปะการังนิ้วมือ ปะการังดอกเห็ด ปะการังกาแล็กซี่ ปะการังแผ่นเปลวไฟหรือปะการังดอกจอก ปะการังสมอง ปะการังจาน ปะการังไฟ ดอกไม้ทะเล ปะการังอ่อน กัลปังหา และปากกาทะเล เป็นต้น

นอกจากปะการังแข็งที่ พบเห็นโดยทั่วไปแล้ว ยังพบหญ้าทะเลในบริเวณอ่าวของหมู่เกาะสุรินทร์ 3 ชนิด ได้แก่ หญ้าเงาหรืออำพัน หญ้ากุ่ยช่ายเข็ม และหญ้าชะเงาเต่า นอกจากนี้ยังมี ฟองน้ำ หนอนทะเล กุ้งมังกร กุ้ง ปู หอย หมึก ดาวทะเล ดาวเปราะ ดาวขนนก เม่นทะเล ปลิงทะเลเพรียงหัวหอมและกลุ่มปลาชนิดต่างๆ เช่น ปลาสลิดหิน ปลานกขุนทอง ปลาผีเสื้อ ปลาสินสมุทร ปลานกแก้ว ปลากะรัง และปลาทอง ปลาขี้ตังเป็ด ปลาสลิดทะเล ปลาผีเสื้อเทวรูป ปลาอมไข่ ปลาตั๊กแตนหิน ปลาบู่ ปลาสิงโต ปลากะรังหัวโขน ปลาหิน ปลากะพง ปลากล้วย ปลาสร้อยนกเขา ปลาทรายขาว ปลาหางแข็ง ปลาโมง ปลาสีกุน ปลาวัว ปลาปักเป้า นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของสัตว์ทะเลหายาก เช่น ฉลามวาฬ วาฬ และเต่าทะเลซึ่งพบ 4 ชนิดด้วยกันได้แก่ เต่ามะเฟือง เต่าตนุ เต่ากระ และเต่าหญ้า

แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและกิจกรรมที่น่าสนใจ

เกาะสุรินทร์เหนือ เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ มีบ้านพัก ร้านอาหาร อุปกรณ์ดำน้ำตื้นและเรือหางยาว เกาะสุรินทร์เหนือมีภูมิสัณฐานที่เป็นอ่าวเว้าแหว่งอยู่รอบ แต่ละแห่งล้วนกว้างใหญ่ สวยงามและสงบ จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมกางเต็นท์มากที่สุดคือบริเวณหน้าอ่าวช่องขาด ตรงข้ามกับเกาะสุรินทร์ใต้ และบริเวณนี้ยังเป็นจุดชมดวงอาทิตย์ตกที่สวยงามมาก รองลงมาคือลานกว้างเหนือหาดที่อ่าวไม้งาม ส่วนอ่าวอื่น ๆ ต้องนั่งเรือหางยาว เช่น อ่าวจาก ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 45 นาที

เกาะสุรินทร์ใต้ มีจุดที่น่าสนใจหลายแห่ง แต่ต้องนั่งเรือไปจากเกาะสุรินทร์เหนือเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมการดำน้ำตื้นรอบๆเกาะ จุดเด่นคือ อ่าวสุเทพ อ่าวผักกาด และจุดที่นักท่องเที่ยวมีโอกาสพบเต่ามากที่สุดก็คือ เกาเต่า

ดำน้ำลึก หมู่เกาะสุรินทร์มีแหล่งดำน้ำลึกที่สวยงามมากมายโดยเฉพาะที่โดดเด่นมากที่สุดก็คือ กองหินปริ่มน้ำที่มีชื่อว่า ริเชลิว ซึ่งกำลังจะถูกผนวกเข้ากับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กองหินนี้อยู่ห่างจากเกาะสุรินทร์มาทางทิศตะวันออกประมาณ 14 กิโลเมตร สำหรับนักดำน้ำที่สนใจสามารถติดต่อกับทัวร์ได้ทั่วไป ส่วนจุดดำน้ำลึกรอบเกาะนั้นก็มีอยู่หลายแห่ง

ดำน้ำตื้น ในบริเวณอ่าวรอบๆ หมู่เกาะสุรินทร์เกือบทุกอ่าวจะเต็มไปด้วยแนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ที่สุดของท้องทเลไทย เป็นที่อาศัย หากิน หลบภัย และขยายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากในระบบนิเวศ ทั้งหมดนี้สามารถชมได้เพียงก้มมองใต้ผิวน้ำ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงไม่พลาดโอกาส ที่จะต้องลงดำน้ำตื้นเมื่อมาถึงหมู่เกาะสุรินทร์

ค่าธรรมเนียมบุคคลเข้าเขตอุทยานแห่งชาติ
คนไทย  ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท
ต่างชาติ  ผู้ใหญ่ 200 บาท / เด็ก 100 บาท
ค่าธรรมเนียมดำน้ำลึก : คนไทยและต่างชาติ 200 บาท/คน/วัน
ค่าเช่าอุปกรณ์ดำน้ำ : หน้ากาก 100 บาท/วัน, ตีนกบ 100 บาท/วัน, ชูชีพ 50 บาท/วัน

การเดินทาง
• การเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงกิโลเมตรที่ 720 (ห่างจากตัวอำเภอคุระบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร) จะมีทางแยกไปท่าเรือคุระบุรีอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงที่ทำการและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
• หากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง จากสถานีขนส่งสายใต้สามารถไปได้ทุกคันที่ผ่านอำเภอคุระบุรี ลงที่ทางแยกไปท่าเรือคุระบุรี หรือที่ตัวอำเภอคุระบุรีแล้วต่อรถมาที่ท่าเรือ
• ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม เป็นฤดูท่องเที่ยว มีเรือโดยสารจากท่าเรือคุระบุรีไปเกาะสุรินทร์ทุกวัน ออกเวลา 9.00 น. ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง และเที่ยวกลับออกจากเกาะสุรินทร์เวลา 10.00 น. ถึงฝั่งประมาณ 14.00 น.
• เกาะสุรินทร์มีพื้นที่จำกัดอยู่ห่างจากฝั่ง 60 กิโลเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนจำกัด การเดินทางไปเกาะสุรินทร์จึงต้องติดต่อล่วงหน้าเท่านั้น

ติดต่อ สำรองที่พักที่ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล กรมป่าไม้ โทร.0-2561-2918, 0-2561-2921, 0-2561-4292-4 ต่อ 746 หรือที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ โทร.0-7649-1378, 0-7649-1582 โทรสาร 0-7649-1583

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ส.ค. 10

เกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี

เกาะสมุย เป็นอำเภอที่มีสภาพเป็นหมู่เกาะในอ่าวไทย อยู่ในเขตจังหวัดสุราษฏร์ธานี พื้นที่ 1 ใน 3 เป็นที่ราบซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งทางฝั่งทะเลอ่าวไทย อำเภอเกาะสมุยมีพื้นที่ของเกาะต่าง ๆ รวมกันรวมประมาณ 252 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมเขตร้อน มี 3 ฤดู คือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูหนาวเริ่มเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เป็นช่วงที่มีลมมรสุม และฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ซึ่งคลื่นลมสงบ

เดิมเกาะสมุยมีชื่อเสียงในฐานะเป็นแหล่งปลูกมะพร้าว ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศ ที่ชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว มีร้านค้า โรงแรม และสถานบันเทิงต่างๆมากมาย สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจบนเกาะสมุย มีดังนี้

หาดเฉวง เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะสมุย มีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร หาดทรายมีลักษณะขาวสะอาดและมีห้องพักไว้บริการนักท่องเที่ยวมากมาย อีกหาดที่น่าสนใจก็คือ หาดละไม เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงรองลงมาจากหาดเฉวงโดยจะมีระยะทางสั้นกว่า แต่น้ำทะเลจะใสมากจนมองเห็นปลาว่ายอยู่ในน้ำจึงเหมาะสำหรับการว่ายน้ำ

หาดตลิ่งงาม เป็นหาดที่อยู่ถัดไปในทางทิศใต้ของท่าเรือเฟอร์รี่ เป็นหาดขึ้นชื่อในการชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดบนเกาะ เนื่องจากด้านหน้าของหาดเป็นที่ตั้งของเกาะสี่เกาะห้า ในเวลาที่ดวงอาทิตย์ตก จะสามารถมองเห็นภาพของดวงอาทิตย์ตกลงระหว่างกลางเกาะทั้งสอง และจมหายไปในทะเลเป็นภาพที่สวยงามมาก ในช่วงเย็นหาดแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในช่วงกลางวันยังสามารถเช่าเหมาเรือเพื่อเดินทางไปยังเกาะสี่-เกาะห้า ดำน้ำชมปะการัง หรือจะเลือกพักผ่อนด้วยการตกปลาก็ยังได้

หาดละไม หาดแห่งนี้เป็นหาดขึ้นชื่อ ด้วยความสวยของโค้งอ่าว ที่มีทิวมะพร้าวปลูกอยู่เป็นแนว ในบางช่วงของหาดระดับน้ำลึก คลื่นแรง แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อบนหาดแห่งนี้ ได้แก่ ศูนย์วัฒนธรรมวัดละไมและหินตา หินยาย โขดหินรูปร่างประหลาดบริเวณอ่าวละไม ซึ่งเล่ากันว่ามีตา-ยายชาวปากพนังคู่หนึ่งเดินทางด้วยเรือใบไปจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์เพื่อจะไปสู่ขอผู้หญิงให้กับลูกชาย แต่เมื่อเรือแล่นมาถึงแหลมละไมเกิดพายุใหญ่จนเรือล่มทำให้ตาและยายเสียชีวิต แล้วคลื่นก็ซัดขึ้นมาเกยที่หาดจนกลายเป็นหินอย่างในปัจจุบันนี้

สวนผีเสื้อสมุย ที่มีลักษณะเป็นสวนหินที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพรรณ และเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมไว้ซึ่งพันธุ์ไม้ไทย พืชสมุนไพร และไม้ป่านานาชนิดจากทุกภาคของประเทศ โดยจะมีผีเสื้อบินในแต่ละวันนับหมื่นๆ ตัว ส่วนแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่น่าสนใจ ได้แก่ น้ำตกหินลาดและน้ำตกหน้าเหมือง, ศูนย์ลิงสมุย, เกาะแตน, ฟาร์มงูพังกา รวมถึงแหล่งดูปะการังต่างๆ เป็นต้น

น้ำตกหน้าเมือง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่เป็นที่ชื่นชอบแก่ผู้ที่ต้องการพักผ่อน และต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาเล่นน้ำจืดบนเกาะ การเดินทางมาเที่ยวชมน้ำตกแห่งนี้นับว่ามีความสะดวก มีถนนเข้าถึงน้ำตก และอยู่ห่างจากท่าเรือหน้าทอนเพียงแค่ 14 กิโลเมตร และเมื่อเดินทางมาถึงน้ำตกก็จะได้พบกับลานกว้าง มีที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ตลอดจนร้านอาหารและร้านจำหน่ายของที่ระลึกให้บริการ หลังจากนั้นก็จะได้พบกับน้ำตกหน้าเมือง 1 ซึ่งจัดว่าเป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่นัก มีความสูงประมาณ 15 เมตร สายน้ำจะไหลลงมารวมกันเป็นแอ่งขนาดใหญ่ เหมาะแก่การเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ชอบความสมบุกสมบันในการเดินทาง ก็สามารถเดินเท้าเข้าไปชมน้ำตกหน้าเมือง 2 ซึ่งมีขนาดใหญ่ สวยงาม แต่กระแสน้ำจะค่อนข้างไหลแรง

เจดีย์แหลมสอ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นโดยหลวงพ่อแดง พระภิกษุที่เป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่งของชาวเกาะสมุย มรณภาพเพราะเรืออับปาง เมื่อ พ.ศ. 2519 องค์พระเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีทองทั้งองค์ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ริมทะเลเขตติดต่อระหว่างตำบลตลิ่งงาม-หน้าเมือง วัดคุณาราม (วัดเขาโป๊ะ) บริเวณกิโลเมตรที่ 13 ใกล้น้ำตกหน้าเมือง มีพระซึ่งชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อแดง หรือ หลวงพ่อแดง ปิยะสีโล (ท่านพระครูสมถกิตติคุณ) มรณภาพไปแล้วแต่ศพไม่เน่าเปื่อย บรรจุในโลงแก้ว ในท่านั่งวิปัสสนากรรมฐาน

การเดินทางไปเกาะสมุย

รถไฟ มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงทุกวัน การรถไฟฯ มีตั๋วร่วมกรุงเทพฯ-เกาะสมุย ลงรถที่สถานีรถไฟอำเภอพุนพิน และต่อรถประจำทางไปที่ท่าเรือดอนสักเพื่อข้ามเรือเฟอรี่ไปเกาะสมุย สอบถามรายละเอียด โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือบริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง โทร. 0 2280 7897

รถโดยสารประจำทาง มีบริการรถโดยสารปรับอากาศ และรถโดยสารธรรมดาจากกรุงเทพฯ เดินทางโดยตรงถึงเกาะสมุย โดยไม่รวมค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14 ชั่วโมง รายละเอียดติดต่อ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 0 2435 1199, 0 2435 1200 (รถปรับอากาศ) โทร. 0 2434 5557-8 (รถธรรมดา) และบริษัท โสภณทัวร์ โทร. 0 2435 5023 (รถออกวันเว้นวัน)

เครื่องบิน บริษัท บางกอกแอร์เวย์ จำกัด เปิดบริการเที่ยวบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-หัวหิน-สมุย ภูเก็ต-เกาะสมุย อู่ตะเภา-เกาะสมุย เกาะสมุย-กระบี่ เกาะสมุย-สิงคโปร์ เกาะสมุย-อู่ตะเภา-พนมเปญ บริการอีกด้วย สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2229 3456 หรือเกาะสมุย โทร. 0 7742 2512-8

เรือโดยสาร

1. เรือเฟอร์รี่ ของบริษัทราชาเฟอร์รี่ ออกจากท่าเรือดอนสัก บริเวณแหลมกุลา ตำบลดอนสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอดอนสักประมาณ 6 กิโลเมตร เพื่อไปยังท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวท้องยาง เกาะสมุย ทุกวัน วันละ 7 เที่ยว ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที อัตราค่าโดยสารคนละ 55 บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 7737 1151, 0 7737 1206 สำนักงานเกาะสมุย โทร. 0 7742 3026

2. เรือด่วน ของบริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง ออกจากสุราษฎร์ธานีไปยังท่าเรือหน้าทอน เกาะสมุยวันละ 1 เที่ยว เวลา 08.00 น. ใข้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 30 นาที อัตราค่าโดยสาร 150 บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 7728 5124-6 โทรสาร 0 7728 5127 สำนักงานเกาะสมุย โทร. 0 7742 1316-9 โทรสาร 0 7742 0167

3. เรือนอน ติดต่อได้ที่ท่าเรือบ้านดอน เรือออกเวลา 23.00 น. ถึงเกาะสมุย เวลา 05.00 น. ราคาค่าเรือโดยสาร 100 และ 150 บาท และมีเรือออกจากเกาะสมุย เวลา 21.00 น. ถึงสุราษฎร์ธานี เวลา 04.00 น.

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ส.ค. 06

เกาะมันนอก จังหวัดระยอง

เกาะมันนอก มีลักษณะเป็นหมู่เกาะขนาดเล็กๆ แวดล้อมด้วยเกาะแก่งที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จ.ระยอง เป็นเกาะหนึ่งในหมู่เกาะมัน ซึ่งมี เกาะมันใน เกาะมันกลาง และเกาะมันนอก โดยมีพื้นที่เกาะประมาณ 95 ไร่ ตัวเกาะมีลักษณะคล้ายทรงกลมแต่ไม่มน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมทัศนียภาพอันสวยงามได้รอบเกาะ

ด้านหน้าของเกาะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีหาดทรายเล็กๆ เป็นที่ตั้งของบังกะโลและร้านอาหาร ด้วยลักษณะของเกาะที่เล็ก ชาวบ้านจึงต้องปั่นไฟและลำเลียงน้ำจึดขึ้นมาใช้ และไว้บริการนักท่องเที่ยว

ภายใต้ทิวทัศน์อันสวยงามในรูปลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนที่ใด นักท่องเที่ยวสามารถนั่งอาบแดดหรือนั่งรับประทานอาหารได้ ยามเย็นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า เหมาะสำหรับการลงเล่นน้ำนั่งรับลมเย็นๆ ท่านที่ชื่นชอบการดำน้ำชมปะการัง ทางเกาะก็มีบริการแด่นักท่องเที่ยว โดยเช่าเรือจากแหลมแม่พิมพ์ อ่าวมะขาม ใช้เส้นทางจากแหลมแม่พิมพ์ประมาณ 5 กิโลเมตร ระยะเวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

การเดินทาง เริ่มจากมอเตอร์เวย์ ออกทางออก บ้านบึง-ชลบุรี ขับตรงไป แล้วเลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง-69 กม.) ขับตรงไปจนถึง สามแยก แกลง ให้เลี้ยวขวา ไปทาง เมืองระยอง จะเห็นป้ายแหลมแม่พิมพ์ให้เลี้ยวซ้าย (ถนนวังหว้า-สุนทรภู่)
ขับตรงไปจนสุดทาง ให้เลี้ยวขวาไปทางแหลมแม่พิมพ์ ผ่านอนุสาวรีย์สุนทรภู่ จะเห็นป้ายบ้านอ่าวไข่ ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายจะเจอป้ายแหลมตาล แล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายก็มาถึงที่จอดรถเกาะมันนอก

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ส.ค. 06

เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล

เกาะหลีเป๊ะ เป็นหนึ่งในหลายๆ เกาะของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา อยู่ในกลุ่มของหมู่เกาะอาดัง – ราวี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะตะรุเตา ห่างเกาะตะรุเตา 45 กิโลเมตร เกาะหลีเป๊ะ นี้ถึงแม้จะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา แต่ทะว่าพื้นที่ทั้งหมดเป็นของชาวบ้าน ซึ่งอยู่อาศัยบนเกาะมานานหลายชั่วอายุคน ก่อนประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติฯ ดังนั้นเกาะหลีเป๊ะ จึงอยู่นอกเขตอำนาจของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ดังนั้นการจัดการพื้นที่บนเกาะจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชุมชนบริหารจัดการ โดยอุทยานแห่งชาติคอยดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว

เกาะหลีเป๊ะ ถูกเรียกขานในภาษาชาวเลว่า “หลีเป๊ะ” เนื่องจากลักษณะของเกาะที่ดูคล้ายแผ่นกระดาษลอยน้ำ จึงเป็นที่มาของชื่อเกาะแห่งนี้ บนเกาะหลีเป๊ะยังมีชายหาดที่สวยงาม หาดทรายขาวสะอาด อย่างเช่น

หาดชาวเล ตั้งอยู่บริเวณหน้าเกาะหลีเป๊ะอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ หาดชาวเลเป็นชายหาดทอดยาวหลายร้อยเมตร ร่มรื่นไปด้วยต้นมะพร้าวน้อยใหญ่ที่ขึ้นเรียงรายตลอดแนวหาด สามารถชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้นได้ ทั้งยังมองเห็นหน้าเกาะอาดังซึ่งอยู่ห่างเพียง 800 เมตร ได้อย่างดี มีบ้านเรือนชาวเลอาศัยอยู่กระจัดกระจายไม่หนาแน่น และมีรีสอร์ทที่พักริมหาดให้เลือกบริการพอสมควร

หาดพัทยา ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเกาะ มีเส้นทางเดินเท้าจากหน้าเกาะมายังหาดพัทยา ชายหาดยาวเป็นโค้งเว้ารูปครึ่งวงกลม หาดขาวสะอาดตลอดแนว และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของบรรดาเกาะทั้งหลายในทะเลสตูลก็ว่าได้ ถัดจากแนวหาดขึ้นไปเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทสไตล์บังกะโลหลายแห่งมีให้เลือกใช้บริการ บริเวณหน้าเกาะเป็นโขดหิน ชายหาดด้านนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาก นอกจากมีที่พักแล้ว ยังมีร้านขายของชำ ร้านอาหาร ร้านให้เช่าอุปกรณ์ดำน้ำ และเรือหางยาวให้เช่าไปเที่ยวเกาะต่าง ๆ

เกาะหลีเป๊ะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากมาย ทำให้เกาะหลีเป๊ะเป็นเสมือนศูนย์กลางการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเที่ยวหมู่เกาะ อาดัง – ราวี

การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ

รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านเข้าเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง จากพัทลุงไปอำเภอรัตนภูมิ จังหวัดสงขลา ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 แล้วแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 406 ถึงจังหวัดสตูล ระยะทาง 973 กิโลเมตร

รถไฟ สามารถเดินทางไปกับขบวนรถกรุงเทพฯ-ยะลา หรือ กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ได้ โดยลงที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ จากนั้นนั่งรถแท็กซี่ รถจอดที่ใต้สะพานลอย หน้าที่ทำการไปรณีย์ สาขารัถการ หรือรถตู้โดยสาร หรือนั่งรถโดยสารประจำทางเข้าจังหวัดสตูล ระยะทาง 97 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง โทร. 223-7010, 223-7020 หรือ www.railway.co.th

รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารปรับอากาศและรถธรรมดา กรุงเทพฯ-สตูล ทุกวัน รถออกที่สถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี สอบถามรายละเอียดได้ที่ รถโดยสารธรรมดา โทร. 434-5557-8 รถปรับอากาศ โทร. 435-1199 หรือ www.transport.co.th

เครื่องบิน ไม่มีเที่ยวบินบินตรงไปจังหวัดสตูล แต่สามารถใช้บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ แล้วต่อรถแท็กซี่ หรือรถโดยสารประจำทางจากตัวอำเภอหาดใหญ่เข้าจังหวัดสตูลอีก ประมาณ 97 กิโลเมตร

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ส.ค. 03

เกาะเต่า เกาะนางยวน

เกาะเต่า เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่กลางอ่าวไทย เป็นตำบลหนึ่งของ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ในอดีตเกาะเต่า เคยเป็นสถานที่คุมขังนักโทษการเมือง เช่นเดียวกับเกาะตะรุเตา แต่ปัจจุบันเป็นแหล่งดำน้ำที่งดงามที่สุด ในฝั่งอ่าวไทย สภาพน้ำใส มีชีวิตใต้น้ำที่อุดมสมบูรณ์ และยังมีกัลปังหาลักษณะเดียวกับที่มีในทะเลอันดามัน ขณะที่แหล่งดำน้ำอื่นๆในอ่าวไทยไม่มี สำหรับที่นี่พึ่งจะเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวไทยเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้ว ชื่อของ เกาะเต่า กล่าวได้ว่าเป็นสวรรค์ของการดำน้ำ ที่ นักดำน้ำทั่วโลกรู้จักดีในความงดงาม และความมีสีสันของโลกใต้ทะเล ที่ไม่แพ้ที่แห่งใดในโลก

เกาะเต่าประกอบด้วยเกาะสำคัญ 2 เกาะ คือ เกาะเต่า และ เกาะนางยวน พื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นภูเขา มีพื้นที่ราบอยู่เพียง 30% ของตัวเกาะ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 17.96 ตารางกิโลเมตร หรือ 12,225 ไร่ กว้าง 3.4 กิโลเมตร ยาว 7.6 กิโลเมตร มีด้วยกัน 3 หมู่บ้าน คือ บ้านหาดทรายรี บ้านแม่หาด และ บ้านโฉลก บ้านเก่า และด้วยระยะห่างจาก ปากน้ำชุมพร 85 กิโลเมตร ห่างจาก อ่าวบ้านดอนสุราษฎร์ธานี 120 กิโลเมตร และห่างเกาะพะงัน ซึ่งถือเป็นเกาะที่อยู่ใกล้ที่สุด 45 กิโลเมตร

เกาะเต่า มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว แต่บ้างก็ว่ามีลักษณะคล้ายตัวเต่า มีเกาะนางยวนเป็นหาง จึงเป็นที่มาของชื่อเกาะ ลักษณะของเกาะเต่า จะมีเว้าแหว่งของอ่าวอยู่มากมาย มีความงดงามตามธรรมชาติด้วยกันมี 11 อ่าว และ 10 แหลม ตลอดแนวชายฝั่งของเกาะซึ่งยาว 28.6 กิโลเมตร รวมทั้งเป็นเกาะ ที่มีแนวปะการังยาวถึง 8 กิโลเมตร อยู่โดยรอบ  เกาะเต่า แม้จะอยู่ในทะเลด้านที่รับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดผ่านมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม แต่ก็มีเกาะน้อยใหญ่ ช่วยกำบังคลื่นลมให้อยู่บ้าง นักท่องเที่ยว จึงสามารถเดินทางไป เกาะเต่า ได้ตลอดปี

สถานที่ท่องเที่ยว และจุดที่น่าสนใจบนเกาะเต่า โดยส่วนใหญ่จุดท่องเที่ยวของเกาะจะเป็นจุดดำน้ำ ซึ่งจะมีทั้ง ดำน้ำลึก และ ดำน้ำตื้น สถานที่ดำน้ำมีหลายที่ด้วยกัน แต่ละที่มีความงดงามแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น อ่าวลึก แหลมเทียน กองหินวง อ่าวมะม่วง กงทรายแดง หรือ เกาะฉลาม ถ้าโชคดีนักดำน้ำจะสามารถเห็น ฉลาม ขนาด 2-3 เมตร ฝูงละประมาณ 7-8 ตัว ว่ายแวะเวียนมาให้ชมกัน เมื่อมาถึงเกาะเต่าสิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกอย่าง คือ การมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ หาดทรายแดง เพราะสามารถมองเห็นภาพของพระอาทิตย์ขึ้นระหว่างเกาะเต่า และเกาะกงทรายแดง(เกาะหินเล็กๆ) ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมาก

อีกเกาะเล็กๆที่อยู่ทาง ทิศเหนือของเกาะเต่า นั่นคือ เกาะนางยวน ประกอบด้วย เกาะเล็กเกาะน้อย 3 เกาะ ที่เชื่อมต่อกันด้วยสันทรายสีขาว จนบางครั้งยามน้ำลงสามารถเดินถึงกัน และกลายเป็นเกาะเดียวต่อเนื่องกันไปได้ สภาพธรรมชาติโดยรอบ ประกอบด้วย ดงปะการัง อันอุดมสมบูรณ์อยู่ภายใต้ท้องทะเลสีเขียวมรกต จึงนับเป็นแหล่งที่เหมาะกับ การเล่นน้ำ และ การดำน้ำดูปะการัง เป็นอย่างยิ่ง

การเดินทาง สามารถเดินทางได้จากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดชุมพร แต่ที่สะดวกที่สุด คือ เดินทางจาก จังหวัดชุมพร โดยขึ้นรถประจำทางสายกรุงเทพฯ-ปากน้ำชุมพร จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่

การเดิน ทางข้ามเรือไปเกาะเต่า
- จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางโดยเรือด่วน เวลา 08.00 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 14.00 น.
- จากจังหวัดชุมพร เดินทางโดยเรือด่วนออกจากปากน้ำชุมพรเวลา 07.30 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 10.00 น. เที่ยวขากลับออกจากเกาะเต่าเวลา 15.00 น. ถึงปากน้ำชุมพรเวลา 17.30 น.

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ส.ค. 02

เกาะช้าง จังหวัดตราด

เกาะช้าง ตั้งอยู่ในเขตแหลมงอบ จ.ตราด มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากเกาะภูเก็ต มีพื้นที่กว่า 268,125 ไร่ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลอ่าวไทย ประกอบด้วย 8 หมู่บ้าน คือ สลักเพชร สลักคอก เจ้กแบ้ บ้านด่านใหม่ คลองสน คลองพร้าว คลองนนทรี และบ้านบางเบ้า เป็นที่ตั้งอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างอีกด้วย ภายในเกาะจะเป็นสวนยางพารา และสวนผลไม้

ลักษณะภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นเขาสูงมีผาหินสลับซับซ้อน ยอดเขาที่สูงที่สุด ได้แก่เขาสลักเพชร มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เกิดน้ำตก ลำธารหลายสาย ชายหาดสวย มีอยู่มากมาย ตามชายฝั่งตะวันตก ที่ดังๆ หน่อยก็ได้แก่ หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ ทั้งสามหาดมี รีสอร์ทตั้งอยู่เรียงรายริมหาดมากมาย ตั้งแต่ ราคา หลังละ 200 กว่า บาท ถึง 5,000 บาท ขึ้นไป

นอกจากนี้บริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ยังมีเกาะเล็กๆ รายล้อม อันได้แก่ เกาะคลุ้ม เกาะเหลายา เกาะง่าม เกาะไม้ชี้ใหญ่ เกาะหวาย เกาะกระ เการัง เกาะมันนอก เกาะมันใน เกาะกระดาด เกาะหมาก เกาะขาม เป็นต้น

อ่าวและหาดที่สำคัญ บนเกาะช้าง

อ่าวคลองสน อยู่ทางเหนือของเกาะช้าง เป็นอ่าวขนาดใหญ่มีหาดทรายขาวละเอียดทอดขนาดไปกับป่าสน ที่อ่าวคลองสน ยังคงรูปแบบของชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านที่ทำสวนมะพร้าว

หาดทรายขาว เป็นชายหาดที่ยาว และขาวสะอาด จึงได้ชื่อว่า หาดทรายขาว และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ที่พักบนหาดทรายขาวส่วนใหญ่ จะเป็นที่พักราคาประหยัด หาดทรายขาว ยังมีถนนราดยางอย่างดี ขนานยาวไปกับชายหาด เชื่อมถึงหาดอื่นๆ ยามค่ำคืน

หาดคลองพร้าว อยู่ถัดจากหาดทรายขาว ซึ่งเป็นหาดที่ยาวมาก ไปจนติดหาดไก่แบ้ หาดคลองพร้าว เป็นหาดที่ มีความลาดมากเล่นน้ำได้ดี สามารถทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬาริมหาดได้

หาดไก่แบ้ เป็นหาดที่ยาวต่อมาจากหาดคลองพร้าว เป็นหาดยอดนิยมหาดหนึ่ง ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่พักมีทั้งแบบราคาประหยัด จนไปถึงบ้านพักอย่างดี

อ่าวใบลาน สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของทิวเขา อ่าวใบลานมีลักษณะเป็นหาดทรายยาวเงียบสงบเหมาะแก่การเล่นน้ำ และพักผ่อน

หาดบางเบ้า เป็นหมู่บ้านประมงที่น่าสนใจ บ้านพักอาศัยปลูกโดยปักเสาลงในทะเล มีสะพานเชื่อมติดต่อถึงกันโดยตลอด ทำให้ท่านสามารถ หาสถานที่ตกปลาได้เป็นอย่างดี

ค่าธรรมเนียม สำหรับผ่านด่านเข้า เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง คือ
- คนไทย ผู้ใหญ่ คนละ 40 บาท เด็ก 20 บาท
- ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ คนละ 200 บาท เด็ก 100 บาท

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ส.ค. 02

เกาะกูด จังหวัดตราด

เกาะกูด ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของไทย ทางทิศใต้ของเกาะติดกับน่านน้ำกัมพูชาเป็นเกาะสุดท้ายในน่านน้ำทะเลตราด ครอบคลุมพื้นที่ 105 ตร.กม. มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในตราดรองจากเกาะช้างนอกจากนี้บน เกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นหาดทรายและน้ำทะเลใสสีมรกต จนได้รับการขนานนามว่า “อันดามันแห่งทะเลตะวันออก” เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปพักผ่อน เช่น หาดตะเภา หาดคลองเจ้า หาดคลองระหาน หาดคลองหิน

เดิมทีเกาะกูด เริ่มปรากฏเป็นหลังฐานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อองค์เชียงสือ เจ้าเมืองญวณ เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของรัชกาลที่ 1 และหนีออกจากกรุงเทพฯ มาลงเรือที่เกาะสีชัง แล่นเรือใบชักมาได้ 7 วัน จึงมาถึงเกาะกูดแห่งนี้ที่ไม่มีผู้ใดอยู่เลย

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีน้อยคนนักที่จะรู้จัก เกาะกูด แต่เืมื่อความเจริญได้เข้าถึงเกาะกูดมากขึ้น ผู้คนมากมายได้หลั่งไหลมาเพื่อยลทัศนีย์ภาพที่สวยงามของที่นี่ ซึ่งมีหาดทรายขาวและน้ำทะเลใสสีมรกต จนผู้คนขนานนามว่า “อันดามันแห่งทะเลตะวันออก”

เกาะกูดยังมีจุดเที่ยวชมหลายแห่ง มีน้ำตกมากมาย แต่น้ำตกที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่คือ น้ำตก ” คลองเจ้า ” มีด้วยกัน 3 ชั้น ซึ่งมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ทั้งยังมีจุดให้นักท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการัง ชมฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่าย

ช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปพักผ่อนมากที่สุดคือ ช่วงเดือนตุลาคม – พฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยว

การเดินทาง นักท่องเที่ยวควรสำรองที่พักไว้ก่อน และสอบถามแต่ละรีสอร์ทให้ชัดเจนว่าขึ้นเรือที่ท่าไหน มีเรือออกเวลาใดบ้าง

รับจองที่ัพัก ห้องพักทั่วไทย


   ก.ค. 28

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตั้งอยู่ที่ ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นตลาดน้ำแห่งใหม่ใกล้กรุงเทพฯ เป็นการร่วมมือระหว่าง อบต.บางน้ำผึ้ง และชาวบ้านในชุมชนสร้างตลาดน้ำแห่งนี้เพื่อหาทางแก้ไขภาวะผลผลิตล้นตลาด ซึ่งตลาดน้ำแห่งนี้สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี เสน่ห์ของตลาดน้ำแห่งนี้ คือ วิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอาหารที่มีชื่อเสียงของชุมชน ได้แก่ ดอกไม้เกล็ดปลา ปั้นธูปสมุนไพร หอยทอดขนมครก และมะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเรือพายให้บริการ อัตราค่าเช่าลำละ 20 บาท มีกิจกรรมท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน และชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามของสวนผลไม้ในชุมชน โดยเช่าจักรยานในราคา 30 บาท ต่อคัน ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจะมีเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 14.00 น.

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ที่นี่จะจัดเป็นซุ้มให้มีทางเดินยาวกว่า 2 กิโลเมตร ขนานไปกับคลองสายเล็ก ๆ ที่แตกแขนง จากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาในพื้นที่ที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน จัดจำหน่ายต้นไม้นานาพันธุ์ ปลาสวยงามหลากชนิด นอกจากนี้ในตลาดน้ำใกล้กรุง ฯ แห่งนี้ยังเป็นศูนย์รวมสินค้า OTOP ที่สร้างสรรค์จากคนในชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียงในจังหวัดสมุทรปราการ เช่น ดอกไม้เกล็ดปลา บ้านธูปสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากทะเลอย่างกุ้งแห้ง กะปิ หอยดอง ภาพประดิษฐ์จากรกมะพร้าว ของตกแต่งบ้าน ดอกหญ้าหลากสี โมบายล์ ลูกตีนเป็ดรูปร่างแปลกตา เป็นต้น

เริ่มเปิดตลาดประมาณแปดโมงเช้าเป็นต้นไปจนถึงเย็น ๆ เลือกชมบรรยากาศตลาดน้ำ ชิมอาหารอร่อยที่มีให้เลือกชิมตลอดวัน ทั้งของคาว – ของหวาน – ผลไม้ตามฤดูกาลอย่างมะม่วงน้ำดอกไม้ และใครที่เดินชมตลาดจนเมื่อยจะแวะพักนวดตัว นวดเท้า ทางชุมชนก็จัดหมอนวดมือทองไว้บริการนักท่องเที่ยว

หากนักท่องเที่ยวท่านใดสนใจจะเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนชาวสวน จะพักค้างคืนที่ “โฮมสเตย์บางน้ำผึ้ง” เป็นบ้านพักที่ปลูกอาศัยติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา บางหลังอยู่ติดริมคลองบางน้ำผึ้ง สามารถกางเต็นท์นอนได้ มีบ้านไทยโบราณอายุกว่า 100 ปี นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักได้ตามความชอบ

ข้อมูลการเดินทางไปตลาดน้ำบางผึ้ง

- รถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางด่วนมาลงที่ถนนสุขสวัสดิ์ เมื่อลงทางด่วนขับมาเรื่อย ๆ จะเห็นสามแยก พระประแดง – สุขสวัสดิ์ เลี้ยวซ้ายตรงสถานีบริการน้ำมัน พอถึงตลาดพระประแดงให้เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทรงธรรมวรวิหารประมาณ 5 กิโลเมตร จะพบป้ายบอกทางเข้าตลาดให้เลี้ยวขวาเข้ามาประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีอนามัยบางน้ำผึ้งซึ่งจะเป็นที่จอดรถ
- รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารประจำทางสาย ปอ.138, สาย 82, ปอ.140 สาย 82, สาย 506

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- สำนักงาน ททท.ภาคกลางเขต 8 โทร. 037-312-282, 037-312-284 www.tat8.com
- องค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง โทร.02-819-6762, 081-171-4930 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นายก อบต. น้ำผึ้ง โทร.081-171-4930 สำนักงาน อบต. บางน้ำผึ้ง โทร.0 2819 6762

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ก.ค. 25

ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา

ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยา (Pattaya Floating market) เกิดจากแนวความคิดที่ต้องการรวบรวม วัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีชีวิต สินค้า และ อาหาร ของคนไทยทั้งสี่ภาคมาไว้รวมกัน ณ ที่พัทยา เนื่องจากพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จัก ถึงแม้ที่นี่จะเป็นตลาดน้ำที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่ก็ถือว่าสร้างขึ้นมาได้อย่างไร้ที่ติเลยทีเดียว ด้วยพื้นที่ที่กว้างถึง 23 ไร่ ตกแต่งให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมีความรู้สึกเหมือนเดินเที่ยวอยู่ในหมู่บ้านที่อยู่ริมลำคลองจริงๆ

รูปแบบของห้างร้านที่นี่ทั้งหมดถูกสร้างด้วยไม้ ออกแบบย้อนยุคเหมือนสมัยโบราณ ภายในตลาดน้ำ 4 ภาค มีจุดเข้าชมที่น่าสนใจ เช่น ทุ่งทานตะวัน ทุ่งข้าว พิพิธภัณฑ์ไม้แกะสลัก เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งช็อปปิ้ง สินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านไทย ทั้งหมด 114 ร้านค้า รวมไปถึงการแสดงกิจกรรมวิถีชีวิตประเพณี วัฒนธรรไทย หรือจะเป็นการล่องเรือพายชมทัศนียภาพตลาดน้ำ ย้อนรำลึกประวัติศาสตร์การกสิกรรมไทย ที่แปลงเกษตรสาธิตและสมุนไพรไทย เป็นการท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ได้รู้จักความเป็นมา ในอดีตของการค้าขายทางสายน้ำ รวมไปถึงการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ของทั้ง 4 ภาค (live & learn) ไม่ว่าจะเป็น การทำนาปลูกข้าว ,การทอผ้าไหม,การทำขนมไทยโบราณ หรือการศึกษาถึงภูมิทัศน์ของผู้ที่อยู่อาศัย และการค้าขายบนสายน้ำ

กิจกรรมต่างๆ ในตลาดน้ำ 4 ภาค มี
1. ล่องเรือชมทัศนียภาพของตลาดน้ำ
2. เดินเลือกซื้อเลือกชมของดี 4 ภาค
3. เลือกชิมของอร่อยๆีทั้งคาวหวาน
4. ชมแปลงเกษตรสาธิต

การเดินทางไปตลาดน้ำ 4 ภาค

หากมาโดยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท ผ่านพัทยากลาง พัทยาใต้ ตลาดน้ำ4ภาค จะอยู่เลยทางแยกไปพัทยาใต้นิดหน่อย ก่อนถึงจะเห็นป้ายตลาดน้ำ 4 ภาคตัวใหญ่ ตลาดน้ำจะอยู่ติดกับถนนทางซ้าย ปกติที่จอดรถด้านหน้าตลาดน้ำ 4 ภาคจะเต็มตลอดเนื่องจากมีที่จอดเพียงไม่กี่คัน ให้เลี้ยวเข้ามาจอดด้านข้างหรือด้านหลังตลาดน้ำสี่ภาคได้

รถโดยสารประจำทางถ้านั่งรถป.1 ที่เอกมัย ซื้อตั๋วรถกรุงเทพ-สัตหีบเลยค่ะเพราะเป็นทางผ่าน จะได้ไม่ต้องต่อรถ บอกคนขับไว้ได้ค่ะว่ารถตลาดน้ำ 4 ภาคตลาดน้ำจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ติดถนนใหญ่เลย หรือจะนั่งรถมาลงแยกพัทยากลาง หรือใต้ก็ได้ แล้วนั่งรถสองแถวต่อไปบอกว่าลงตลาดน้ำ 4 ภาค

ตลาดน้ำ 4 ภาค จะเปิดให้บริการเวลาปกติ ตั้งแต่ 10.00 – 24.00 น. ส่วนวันเสาร์ – อาทิตย์ จะมีการแสดงของแต่ละภาคเวียนไปตามซุ้มต่างๆ

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ก.ค. 23

ตลาดน้ำอโยธยา

“ตลาดน้ำหมู่บ้านปางช้างอโยธยา” หรือที่หลายคนเรียกว่า “ตลาดน้ำอโยธยา” ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านช้าง ใกล้ๆกับวัดมเหยงคณ์ ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ภายในตลาดน้ำอโยธยา โอบล้อมไปด้วยสายน้ำเย็นฉ่ำ รอบๆบริเวณมีระเบียงริมน้ำ ให้นักท่องเที่ยวนั่งหย่อนขาสัมผัสสายน้ำให้ชื่นใจ

สำหรับคนที่ชอบช้อปปิ้ง อย่าลืมแวะเวียนเลือกซื้อเลือกหาสินค้าดีไซน์แปลก ๆ ที่หาซื้อไม่ได้ง่าย ๆ เพราะส่วนใหญ่จะขายไอเดีย เป็นประเภทงานแฮนด์เมคต่างๆ โดยจะมีพ่อค้าแม่ขายแต่งกายย้อนยุค นุ่งผ้าซิ่น คาดผ้าขาวม้า ใส่เสื้อหม้อฮ่อม คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ ตลาดน้ำอโยธยา ก็คือการแสดงที่ลานการแสดงกรุงศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ตรงกลางตลาด โดยแสดงเริ่มเวลาประมาณ 11.00 น. และ 13.00 น. มีให้ชมกันทุกวัน หรือถ้าใครอยากออกไปสัมผัสบรรยากาศ สามารถใช้บริการนั่งช้างลุยน้ำ เข้าป่า ชมนก ชมทัศนียภาพ ชมโบราณสถาน หรือไปไหว้พระวัดมเหยงคณ์และวัดช้าง ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ตลาดน้ำอโยธยา ยังมีบริการนั่งเกวียนเทียมวัวชมโบราณสถานที่อยู่รอบๆ และมีการแสดงโชว์งูอีกด้วย

ปางช้างและตลาดน้ำอโยธยา ตั้งอยู่ที่ 65/12 หมู่ 7 ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.00น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-3588-1678 โทรสาร 0-35881699

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ก.ค. 22

ตลาดน้ำอัมพวา

ในอดีตเมืองอัมพวาถือว่าเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม มีตลาดน้ำขนาดใหญ่และชุมชนริมน้ำที่เป็นศูนย์กลางด้านพาณิชยกรรม แต่ผลกระทบของการพัฒนาการคมนาคมทางบก ทำให้ความเป็นศูนย์กลางฯ ของอัมพวาต้องสูญเสียไป ตลาดน้ำค่อยๆลดความสำคัญและสูญหายไปในที่สุด ทิ้งไว้แต่ร่องรอยของความเจริญในอดีตซึ่งยังคงปรากฏให้เห็นชัดเจนในทุกวันนี้

ทางเทศบาลตำบลอัมพวา โดยความร่วมมือร่วมใจของประชาชนในท้องถิ่น ได้ฟื้นฟูตลาดน้ำอัมพวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่ออนุรักษ์ความเป็นอยู่ของชุมชนริมน้ำ ซึ่งในปัจจุบันจะหาดูได้ยาก ให้สืบทอดตลอดไป โดยใช้ชื่อว่า “ตลาดน้ำยามเย็น”

ตลาดน้ำอัมพวา จะมีทุกวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ตลาดน้ำโดย ทั่วไปมัก จะจัดขึ้นในเวลากลางวัน แต่ตลาดน้ำยามเย็น ที่อัมพวาแห่งนี้ จะจัดขึ้นในช่วงงเวลาเย็นเรื่อยไปจนถึงเวลาพลบค่ำ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นตลาดน้ำแห่งแรกของประเทศไทย ที่จัดในลักษณะเช่นนี้ ในตอนเย็นชาวบ้านจะเริ่มทยอย พายเรือนำสินค้าหลากหลายนานาชนิด อาทิ อาหาร ผลไม้ พืชผัก ขนม ของกินของใช้ มาขายให้กับนักท่องเที่ยว หรือคนในท้องถิ่นที่สัญจรไปมาที่ตลาดอัมพวา ทำให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติของชีวิตของชุมชนริมน้ำ ซึ่งเป็นที่น่า ประทับใจอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถที่จะหาซื้ออาหารมานั่งรับประทาน บริเวณริมคลองอัมพวาติดกับตลาดน้ำ ซึ่งได้มีการจัด สถานที่ไว้ ทำให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมของการท่องเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา

1. ชิมอาหารพื้นบ้านทั้งคาวหวาน ใครที่มาเที่ยวตลาดน้ำ้อัมพวาแล้วไม่ได้มาชิม อาหารพื้นบ้านที่แม่ค้าและพ่อค้าพายเรือ มาขายให้เลือกซื้อเลือก ชิม กิน รวมถึงอาหารที่ขายอยู่ตามร้านอาหารบนฝั่งก็มีให้เลือกชิมเช่นกัน หากใครมาเที่ยวที่นี่ เมนูเด็กที่ไม่ควร พลาด คือ ปลาหมึกและกุ้ง ที่ย่างกันสดๆบนเตาพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บ ก๋วยเตี๋ยวเรือเลิศ รวมถึงขนมพื้นบ้านอย่าง ขนมไข่ที่มีวุ้น หลากสีสรรอยู่ข้างในน่ารับประทานยิ่งนัก ขนมหวานก็มีทองหยิบ ทองหยอด ขนมสอดไส้ เยอะแยะ มากมาย กินไป อยากหาเครื่องดื่มแก้กระหายน้ำก็มีกาแฟโบราณ น้ำผลไม้สมุนไพรต่างๆ ที่มีขายอยู่ทั่วไป ทั้งบน สองข้างทาง

2. เดินเยี่ยมชมร้านค้าขายของที่ระลึกและวิถีชีวิตชาวบ้าน ตลาดน้ำอัมพวาทั้งสองข้างทางไม่ว่าจะฝั่งริมน้ำมีของที่ระลึกให้เราได้เข้าไปเลือกซื้อเลือกหามาฝากคนที่บ้าน เริ่มตั้งแต่ ของที่ระลึกยอดฮิตของตลาดน้ำอัมพวาที่เดินไปทางใดก็เหน็อยู่ตลอดทาง คือ โปสการ์ด ซึ่งบอกเล่า เรื่องราวของเมือง อัมพวานี้ได้เป็นอย่างดี หรือใครอยากได้เสื้อเก๋ๆจากที่นี่ซักตัวก็ลองเลือกแบบเลือกลายดูได้ แบบเก๋ไม่ซ้ำใคร เดินชม ไปตลอด 2 ฝั่ง ก็ชมวิถีชีวิตบ้านเรือนไม้สมัยก่อนไปด้วยก็เพลินดีแท้

3. ล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำ ก่อนที่จะมาเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาในตอนเย็น นักท่องเที่ยวบางคนก็นิยมล่องเรือชมทิวทัศน์ของแม่น้ำแม่กลองเพื่อชม วิถีชิตและบ้านเรือนริมน้ำ ที่จะได้เห็นตลอดทางที่เรือแล่นไป หรืออาจจะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างที่น่าสนใจ เช่นวัดบางแคน้อบ ค่ายบางกุ้ง โบสต์คริสต์ เป็นต้น

4. ล่องเรือชมหิ่งห้อย ถือเป็นไฮไลต์เด็ดของการมาท่องเที่ยวที่นี่เลยก็ว่าได้นักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์จะนั่งเรือชม ประกายความ งามยาม ค่ำคืนชมหิ่งห้อย หรือล่องเรือท่องเที่ยวตามลำน้ำแม่กลอง ก็สามารถติดต่อเรือได้

การเดินทางไปตลาดน้ำอัมพวา

1.ทางรถยนต์ จากตัวจังหวัดใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 325 ทางเดียวกับไปอำเภอดำเนินสะดวกและอุทยาน ร.2 ประมาณ 6 กม ก่อนถึงสามแยกไฟแดง มีทางแยกทางซ้ายเข้า อ.อัมพวา ไปอีกประมาณ 800 เมตร. ทางแยกซ้ายมือ เข้าตลาดอัมพวา จอดรถบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภออัมพวา

2.รถประจำทาง จากสถานีขนส่งสายใต้ รถสาย 996 กรุงเทพฯ-ดำเนินฯ เป็นรถปรับอากาศ ผ่านจังหวัดสมุทรสงคราม ถึง ตลาดอัมพวา สาย 976 กทม.-สมุทรสงคราม ถึงสถานีขนส่งสมุทรสงคราม ขึ้นรถประจำทางสาย 333 แม่กลอง-อัมพวา-บางนกแขวก ถึงตลาดอัมพวา

3.รถตู้ ขึ้นที่อนุสาวรีย์ชัยฝั่งถ.พหลโยธินใต้ทางด่วน ไปอัมพวาด้วยนะครับเป็นรถตู้สาย กทม-แม่กลอง ค่ารถขาไป 70 บาท ตั้งแต่ 6.25-20.00 น. ค่ารถขากลับ 60 บาท ตั้งแต่ 5.30-19.00 น. (รถจอดแถวตลาดแม่กลอง) ลงที่ตลาดแม่กลอง แล้วเดินมาแถวตลาดจะมีคิวรถสองแถวสายที่ไปโรงเจตรงตลาดน้ำอัมพวา ค่ารถ 10 บาท

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ก.ค. 22

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก หรือในอีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ตลาดน้ำคลองลัดพลี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นของ จ.ราชบุรี และเป็นสถานที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ จำนวน มาก สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เชื่อมต่อ จังหวัดเข้าด้วยกัน ได้แก่ จังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม

คลองดำเนินสะดวก เป็นนามพระราชทานโดยรัชกาลที่ 5 มีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตรมีซอยน้อยแยกออกไปอีกประมาณ 200 คลองเป็นทางสัญจรทางน้ำที่ผู้คนในเขตสามจังหวัดใช้มากที่สุด โดยแทบทุกบ้านจะมีเรือประจำบ้านอย่างน้อย 1 ลำ คลองดำเนินสะดวกหรือชื่อที่ เรียกว่า ” ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ” จะเป็นที่นัดของเรือร้อยๆลำเพื่อชุมนุมขายสินค้าการเกษตร และสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง ตลอดจนร้านขายของที่รับจากโรงงานในกรุงเทพ หรือจากต่างจังหวัดทั่วประเทศ

ตลาดน้ำจะเริ่มคึกคัก ตั้งแต่ 6.00น. – 11.00น.  นอกจากจะได้ชมตลาดน้ำแล้ว ชีวิตสองฝั่งคลองของชาวไทยชนบท ยังเป็นภาพที่น่ามองอย่างมาก เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมหลายเชื้อชาติได้แก่ ลาว ยวน มอญ จีน ชาวบ้านคงดำเนินวิถีชีวิตและวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบไทยๆไว้

คลองดำเนินสะดวก ขุดขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าการคมนาคมในท้องถิ่นไม่มีถนนหนทางเชื่อมกับอำเภออื่นๆ ส่วนมากใช้เรือเดินทาง จึงให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้อำนวยการขุดเมื่อพ.ศ. 2409 โดยขุดคลองกว้าง 6 วา ลึก 6 ศอก ยาว 840 เส้น โดยแรงคนทั้งหมดใช้เงินทั้งสิ้น 1,400 ชั่ง หรือ 112,000 บาท( ค่าเงินในสมัยนั้น ) ที่เชื่อมแม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำแม่กลองเข้าไว้ด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ประตูน้ำบางยาง แม่น้ำท่าจีน อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ถึงประตูน้ำบางนกแขวก แม่น้ำแม่กลอง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ใช้เวลาขุดทั้งสิ้น 2 ปี ซึ่งใช้มือแรงงานคนโดยใช้มือขุดล้วน ๆ ปัจจุบันนี้คลองได้ขยายไปกว้างกว่าเดิมเพราะตลิ่งพังกว้างถึง 24 เมตร บางแห่ง กว้างถึง 40 เมตรก็มี

การเดินทาง

โดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ขับมุ่งตรงสู่สี่แยกบางแพ จ.ราชบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 4 โดยจะผ่านแยกบ้านแพ้ว ผ่าน จ.นครปฐม ผ่านสะพานข้ามจังหวัดกาญจนบุรี และจะผ่านสหกรณ์โคนมหนองโพ จ.ราชบุรี จากนั้นจะถึงสี่แยกบางแพให้เลี้ยวแยกซ้ายมือไปอำเภอบางแพ และอำเภอดำเนินสะดวก วิ่งไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 325 ขับตรงไปประมาณ 25 กิโลเมตร (ข้ามสะพานข้ามคลองดำเนินสะดวก) จากนั้นเลี้ยวขวาขับตรงไป ประมาณ 1 กม. จะถึงตลาดน้ำดำเนินสะดวก

โดยรถประจำทาง
สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ด้วยรถ ป.1 (สีฟ้า) สาย 996 ราคา 54 บาท และรถธรรมดา(สีส้ม) สาย 78 ราคา 48 บาท บริการ 05.00-18.00 น.

จากหมอชิต ขึ้นรถภาคเหนือไปสมุทรสงครามโดยรถสีส้ม สาย 972 ราคา 45 บาท บริการ 05.00-19.00 น.

ถ้ามาจากเพชรบุรี ขึ้นรถที่ขนส่งเพชรบุรี ไปสมุทรสงครามด้วยรถสีแดงสาย 473 ราคา 20 บาท บริการ 06.00-17.00 น. แล้วจากสมุทรสงครามจะมีรถไป ดำเนินสะดวก (สีฟ้า) สาย 467 ราคา 8 บาท บริการ 06.00-18.00 น.

หากตั้งต้นจากนครปฐม ขึ้นรถที่ขนส่งไปดำเนิน สะดวกด้วยรถสีส้ม สาย 78 ราคา 25 บาท

มาจากกาญจนบุรี ต้องขึ้นรถมาลงแยกบางแพ โดยรถโดยสารสีเหลือง สาย 461 ราคา 25 บาท แล้วต่อรถสีส้มสาย 78 ราคา 12 บาท หรือรถมินิบัสสีเหลือง ราคา 12 บาท บริการ 06.00-18.00 น. ซึ่งจะวิ่งผ่านสถานีขนส่งของดำเนินสะดวก ผ่านหน้าทางเข้าตลาดน้ำ

ติดต่อสอบถาม รายละเอียดได้ที่ อำเภอดำเนินสะดวกโทร.032-254976, 032-254980

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย


   ก.ค. 21

น้ำตกขุนพอง

น้ำตกอันดับ 10

น้ำตกขุนพอง เป็นน้ำตกที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง และเป็นน้ำตกใหญ่ที่สุดบนภูกระดึง อยู่ทางทิศตะวันตก เกิดจาก ลำธารหลายสายที่ไหลมารวมกัน ได้แก่ วังกวาง ธารสวรรค์ ธารพระองค์ และธารถ้ำสอ เป็นน้ำตกที่อยู่ในป่าดงดิบ ในส่วนของป่าปิด จึงเที่ยวได้เฉพาะช่วงฤดูแล้งเท่านั้น คือตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมิถุนายน และต้องทำเรื่องขออนุญาตพร้อมขอเจ้าหน้าที่นำทางด้วย การเดินเท้าเข้าไปเที่ยวชมน้ำตกจะต้องเดินผ่านป่าสนและป่าดงดิบ ระยะทางราว 10 กิโลเมตร ในช่วงฤดูหนาว ต้นเมเปิลจะเปลี่ยนสีใบจากเขียวเป็นแดง ร่วงหล่นทั่วบริเวณน้ำตก อันเป็นที่มาของภาพงดงามซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของภูกระดึง โดยเมเปิลจะเปลี่ยนสีและผลัดใบในช่วงต้นเดือนธันวาคม

จากความยิ่งใหญ่ของสายน้ำตกภาคเหนือ สู่ดินแดนแห่งที่ราบสูงที่กล่าวขานว่า มีความงดงามไม่แพ้ภาคอื่นใด เหนือขึ้นไปบนยอดภูสูงที่ใครก็รู้จักกันดีในชื่อ ภูกระดึง ที่นี่นอกจากจะเป็นยอดภูซึ่งคงไว้ในความงามของท้องทุ่ง ป่าสนและเหลี่ยมผาอันงดงามแล้ว ยังซุกซ่อนความงามของสายน้ำตกอันยิ่งใหญ่ไว้หลายแห่ง ที่นับว่าเป็นที่สุดในความงามก็เห็นจะได้แก่ น้ำตกขุนพอง ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นน้ำตกในเขตป่าปิด ที่ยากจะหาใครบุกบั่นเข้าไปถึงได้

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันที่มีเส้นทางให้นักท่องเที่ยว เดินทางเข้าไปสัมผัสความงามอันยิ่งใหญ่ของขุนพองได้ ความงามอันเป็นที่สุดอีกแห่งหนึ่งของสุดยอดน้ำตกเมืองไทย จึงเป็นที่กล่าวขานกันระบือไกลในทุกแห่ง ฤดูที่เป็นวันเวลาแห่งความงดงามที่สุดของน้ำตกขุนพอง จะเป็นในช่วงฤดูหนาว เมื่อต้นเมเปิ้ลที่ขึ้นบริเวณหน้าน้ำตก เปลี่ยนสีเป็นสีแดงฉานไปทั้งต้น ซึ่งแต่ละปีนักท่องเที่ยวทุกคนก็จะเฝ้ารอคอยวันเวลาดังกล่าว และหาช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดที่จะได้เห็นภาพนี้ และหากเป็นวันเวลาที่ลงตัวดังว่าแล้วล่ะก็ สายน้ำตกขุนพองที่ถาโถมลงมาจากหน้าผาสูงไม่น้อยกว่า 60-70 เมตรนี้ ก็เป็นความงามที่เป็นที่สุดยามเมื่อมองผ่านต้น เมเปิ้ลผลัดใบสีแดงฉานต้นนั้น

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงจะปิดช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายนทุกปี เพราะการเดินทางค่อนข้าง ลำบาก และเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัวกลับมาสดชื่นอีกครั้งหนึ่ง

การเดินทาง

จังหวัดเลย จากตัวเมืองใช้ทาง หลวงหมายเลข 201 (เลย-ภูกระดึง) แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2019 บริเวณกิโลเมตรที่ 276 ประมาณ 8 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านตัวเมืองสระบุรี แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 21 ผ่าน เขตจังหวัดลพบุรี เพชรบูรณ์ เมื่อผ่านบ้านถ้ำพระ มาประมาณ 10 กิโลเมตร จะพบสี่แยกใหญ่ ให้เลี้ยวขวาเข้าเส้น ทางหลวงหมายเลข 12 สู่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อผ่านอำเภอดอนสารไปแล้วจะพบสามแยกใหญ่ ให้ เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 201 สู่จังหวัดเลย จากนั้นแยกซ้ายเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2019 บริเวณ กิโลเมตรที่ 276 ประมาณ 8 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

โดยสารรถประจำทางสายกรุงเทพฯ-เลย ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) ทุกวัน โดยลงรถที่บ้านผานก เค้า จังหวัดเลย ติดต่อรถสองแถวเข้าไปยังที่ทำการอุทยานฯ ที่ร้านเจ๊กิม หรือลงรถที่แยกอำเภอภูกระดึง แล้วนั่งรถ สองแถวประจำทางเข้าไปยังที่ทำการอุทยานฯ

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีบ้านพัก สำหรับนักท่องเที่ยว เป็นเรือนแถว 2 หลัง เต็นท์ 300 หลัง และนักท่องเที่ยว สามารถนำเต็นท์ขึ้นไปเองได้ โดยกางเต็นท์ในบริเวณที่จัดไว้เท่านั้น เสียค่าธรรมเนียมคนละ 5 บาท

สำหรับอาหารและเครื่องดื่มนั้น ในฤดูกาลท่องเที่ยวจะมีร้านค้าหลายร้านที่เชิงภูและบนยอดภู ซึ่งทางอุทยานฯ มีการจัดการที่ดีมาก เป็นระเบียบ สะอาด และราคายุติธรรม และยังมีร้านค้า และแคร่พัก เป็นเพิงไม้ไผ่เรียงรายอย่าง เป็นระเบียบตลอดสองข้างทางขึ้น ส่วนลูกหาบนั้น สามารถติดต่อได้ ณ ที่ทำการอุทยานฯ ก่อนเดินทางขึ้นภูกระดึง

ติดต่อสำรองที่พักได้ที่
กรมป่าไม้ โทร (02) 579-7223, 579-5734
ทำการอุทยานฯ โทร. (042) 812-534 ต่อ 146

รับจองที่พัก ห้องพักทั่วไทย